เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจบริการอาหาร ที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง สำหรับ ‘คุณแซม- ไพศาล อ่าวสถาพร’ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
พร้อมการประกาศวิสัยทัศน์และภารกิจเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจครั้งสำคัญ ในฐานะแม่ทัพธุรกิจอาหาร ในประเทศไทยของกลุ่มไทยเบฟ ซึ่งหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวภายในกลุ่มธุรกิจอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจน้องเล็กในเครือ เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมุ่งสู่เป้าหมาย ONE FOODS GROUP: ONE FOOD – ONE TEAM – ONE GOAL ที่เน้นการรวมศูนย์การบริหาร ภายใต้ความหลากหลายของแบรนด์ ให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
รวมศูนย์แต่หลากหลาย พร้อมเดินหน้าสู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืน
“การขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจอาหารของไทยเบฟในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเดินเกมธุรกิจในมิติเดิม แต่คือการยกระดับทั้งแนวคิด โครงสร้าง และประสบการณ์ของผู้บริโภคให้ก้าวทันยุค เปลี่ยนผ่านจากการ “ขายอาหาร” ไปสู่การ “สร้างแบรนด์ที่มีชีวิต” ด้วยจุดแข็งด้านความหลากหลายของพอร์ตธุรกิจ การวางกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกันในระดับองค์กร FOODS GROUP พร้อมก้าวขึ้นเป็น “กลุ่มธุรกิจอาหารชั้นนำของประเทศ” ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างมีคุณค่า พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ”
คุณไพศาล กล่าวถึงเป้าหมายที่ต้องการจะขับเคลื่อนนำพาธุรกิจอาหารไทยเบฟฯ ไปถึง พร้อมการขับเคลื่อน ‘FOODS GROUP’ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพจากพลังของแต่ละแบรนด์ภายในกลุ่ม เพื่อให้เกิดการรวมศูนย์ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และวิธีคิด เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งในเชิงธุรกิจ ภาพลักษณ์องค์กร และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุม 29 แบรนด์ 847 สาขา ที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพในการตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ประกอบไปด้วย
บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด (OISHI) หรือกลุ่มโออิชิ ดูแลธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น มีแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย ซึ่งปัจจุบันมีสาขารวมกัน 284 สาขา รวมทั้งธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน ภายใต้ตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) อีกด้วย ซึ่งมีแผนกลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารญี่ปุ่น หรือ King of Japanese Food เพื่อกระตุ้นให้ตลาดกลับมามีสีสันและคึกคักอีกครั้ง
บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) หรือ กลุ่มคิวเอสเอ ดูแลธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant : QSR) เป็นหนึ่งในผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ซี เคเอฟซี ประเทศไทย ที่มีสาขามากที่สุด หรือกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของกลุ่มในขณะนี้
บริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด ( FOA) หรือกลุ่มเอฟโอเอ ดูแลธุรกิจร้านอาหารครบวงจร ตั้งแต่อาหารไทยทั่วทุกภูมิภาค, อาหารจีน, อาหารอาเซียน, อาหารชาติตะวันตก, รวมไปถึงเค้กและเบเกอรี่ที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันมีสาขารวมกันที่ 63 สาขา ภายใต้การดำเนินงานของ 4 กลุ่มธุรกิจ คือ บิสโตร เอเชีย, สะไปซ์ ออฟ เอเชีย , เดอะ ซี แคนวาส และ แม็กซ์ เอเชีย
“สำหรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนสู่ ONE FOODS GROUP: ONE FOOD – ONE TEAM – ONE GOAL จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารระบบ Opearation ทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งการขับเคลื่อนเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างมีพลังมากขึ้น ภายใต้ 4 กลยุทธ์ ได้แก่ การขยายสาขา : เพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ใหม่ ๆ และพัฒนารูปแบบร้านให้หลากหลาย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค, ยกระดับประสบการณ์: สร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย , เสริมศักยภาพ: พัฒนาศักยภาพพนักงานและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน และ มุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืน : ลดปริมาณขยะอาหารและมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ซึ่งสอดคล้องกับภาพใหญ่ของกลุ่มไทยเบฟตามแผน PASSION 2030 ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจผ่าน 2 จุดแข็งสำคัญคือ Reach Competitively หรือการเข้าถึงผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น และ Digital for Growth ในการนำเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น “
ลงทุน 1 พันล้าน สร้างโชว์เคสใหญ่ พร้อมแบรนด์ใหม่ที่น่าจับตามอง
สำหรับแผนลงทุนของกลุ่มในปีนี้ ตั้งเป้าใช้งบ 1 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนสาขารวมให้ได้ 888 สาขา พร้อมเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาเติมพอร์ตโฟลิโออีกราว 2-3 แบรนด์ โดยเฉพาะโปรเจ็กใหญ่คือ การใช้งบ 400 ล้านบาท เพื่อสร้างโชว์เคสรวมแบรนด์ร้านอาหารภายในเครือไว้ในที่เดียวกันในโครงการวัน แบงค็อก ซึ่งได้รวมแบรนด์อาหารจากทั้ง 3 กลุ่ม มากถึง 15 แบรนด์ โดยใช้กลยุทธ์ ‘1 ร้าน 1 แบรนด์’ ไม่แข่งกันเอง แต่เสริมกันครบพอร์ต โดยทั้ง 15 แบรนด์ ประกอบด้วย
(1) โฮว ยู (Hou Yuu), (2) ซาคาเอะ (Sakae), (3) ชาบูชิ อิชิเทน (Shabushi ICHITEN), และ (4) โออิชิ บิซโทโระ (OISHI Biztoro) โดย OISHI (5) เคเอฟซี (KFC) โดย QSA (6) บ้านสุริยาศัย (Baan Suriyasai), (7) หม่าน ฟู่ หยวน (Man Fu Yuan), (8) แวนเทจ พอยท (Vantage Point), (9) ไฮด์ แอนด์ ซีค (Hyde & Seek), (10) ฟู้ด สตรีท (Food Street), (11) โฮมเบค บาย เอ็ม เอกซ์ (Home by mx), (12) สโมสร (Samosorn), (13) เลิศเหลา (Lert Laow), (14) คาเฟ่ ชิลลี่ (Cafe Chilli), และ (15) ช้าง แคนวาส (Chang CANVAS) โดย FOA
ไฮไลต์สำคัญของโพรเจกต์นี้ คือ “ช้าง แคนวาส” ด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท สู่ Iconic Social Brewhouse แห่งแรกของไทย ที่ผสานเบียร์คราฟต์ระดับพรีเมียมกับบรรยากาศแห่งการพบปะและความคิดสร้างสรรค์ มีโรงงานผลิตเครื่องดื่ม (เบียร์) ในร้าน ออกแบบพื้นที่สไตล์โมเดิร์น และประสบการณ์แบบ Multi-sensory แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป
นอกจากนี้ ยังมี “สโมสร” ร้านอาหารไทยร่วมสมัย ที่ตีความรสชาติและบรรยากาศแบบไทยๆ ให้ทันสมัย พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่แก่กลุ่มลูกค้าเมือง และผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาไลฟ์สไตล์ในแบบ Modern Thai Society และ “เลิศเหลา” ร้านเกาเหลาหม้อไฟระดับพรีเมียม ที่โดดเด่นทั้งในด้านวัตถุดิบ รสชาติ และน้ำซุปสูตรเฉพาะจากสมุนไพร 26 ชนิด เป็นแบรนด์ที่เน้นรสชาติถึงเครื่อง ถึงใจ ตอบโจทย์คนรักเนื้อ และผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนว comfort food แบบมีคลาส
ทั้ง 3 แบรนด์นี้ สะท้อนแนวคิดใหม่ของกลุ่ม FOODS GROUP ในการสร้างแบรนด์/ร้านอาหาร ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยไม่เพียงเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าในพอร์ต แต่ยังเป็นต้นแบบของแนวทางพัฒนาแบรนด์ในอนาคต ที่ชัดเจนในคอนเซ็ปต์ เชื่อมโยงดีไซน์ ประสบการณ์ และคุณภาพสินค้าอย่างครบวงจร สะท้อนศักยภาพในการแข่งขันทั้งด้านรสนิยมและธุรกิจอย่างรอบด้าน
“ร้านอาหารที่เปิดใน วัน แบงค็อก ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายจุดให้บริการ แต่คือการนำเสนอภาพรวมพลังแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจอาหารของไทยเบฟ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ street food ไปจนถึง fine dining ซึ่งเราตั้งใจให้ที่นี่เป็นเสมือนโชว์เคสที่สะท้อนความพร้อมของกลุ่มฯ ทั้งด้านคุณภาพสินค้า บริการ ประสบการณ์ที่แตกต่าง และศักยภาพในการแข่งขันในตลาดระดับบน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจุดเชื่อมโยงที่ดี ระหว่างแบรนด์ของเรา กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาไลฟ์สไตล์ที่มีความหมาย พร้อมตอกย้ำแนวคิดในการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดสาขาเพิ่ม แต่ต้องมองในมิติของการขยายศักยภาพ โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อมาช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหารเป็นไปอย่างสมดุล แข็งแรง และยั่งยืน” คุณไพศาล กล่าวทิ้งท้าย