ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้

Published on 3 December 2021 | by Panee

0

ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) กำลังพัฒนาแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างเครื่องแต่งกายที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และราคา แต่ยังตรงตามคำจำกัดความของ “เสื้อผ้าที่ดี” จากมุมมองของ สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญานี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้กำหนดเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2030 และแผนปฏิบัติการสำหรับพัฒนาความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ฟาสต์ รีเทลลิ่งกรุ๊ปทั้งหมดที่ใช้แนวคิด LifeWear จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจ ร่วมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ Ariake เพื่อผลิตและขายเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เน้นย้ำถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการขาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในขณะเดียวกัน บริษัทจะปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าด้วยความไว้วางใจ

นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะพัฒนาบริการ เพื่อการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ และ การรีไซเคิลเพื่อยืดอายุและตลอดจนเทคโลยีในการยืดอายุการใช้งานและอรรถประโยชน์ของ LifeWear หลังการซื้อ นอกจากนี้ เพื่อช่วยค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้ขยายการริเริ่มทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนทางสังคมและความหลากหลายผ่านธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยความคิดริเริ่มเหล่านี้ บริษัทจะเพิ่มคุณค่าของ LifeWear และพัฒนาปรัชญาด้านความยั่งยืน เพื่อส่งมอบเสื้อผ้าที่ลูกค้าจะชื่นชอบและสามารถใช้งานเป็นเวลานาน

โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing Co., Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการค้าปลีกชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น UNIQLO เป็น แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในแปดแบรนด์ใน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง กรุ๊ป (Fast Retailing Group) อื่นๆ ซึ่งได้แก่ GU, Theory, PLST (Plus T), Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam, J Brand และ Helmut Lang กล่าวถึงแผนดังกล่าวว่า “การจัดหาเสื้อผ้าที่ลูกค้าสามารถใช้ได้เป็นเวลานานเป็นเป้าหมายของธุรกิจของเรามาหลายปี เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ทั่วโลกเริ่มปรากฏชัดขึ้น เราจึงได้พัฒนาปรัชญาของเราต่อไป และกำลังดำเนินมาตรการเพื่อแสดงให้โลกเห็นถึงอนาคตของเสื้อ ในขณะที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการก้าวไปข้างหน้าผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือในวงกว้างจากลูกค้าและบริษัทพันธมิตร ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะสร้าง “อุตสาหกรรมใหม่” ของ LifeWear ให้พร้อมให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น เราตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจในลักษณะที่จะสามารถปรับปรุงชีวิตของผู้คนและสังคมทั่วโลกได้”

โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing

เป้าหมายและแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนในปีงบประมาณ 2030
■ โครงการสำคัญ: ผลิตเสื้อผ้าที่ดี ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัย เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา
ภายใต้นโยบายดังกล่าว ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ถือเอาประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมนำเป้าหมายจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) มาใช้ในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050
ในเดือนกันยายนของปีนี้ ทางบริษัทได้ทำการประกาศเป้าหมายต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้ได้รับการอนุมติโดย Science-Based Targets by the SBT initiative (SBTi).

เป้าหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิ่ง (สำหรับหน้าร้านและสำนักงาน):
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 90% ภายในปีงบประมาณ 2030 (เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2019)
• ลดการใช้ไฟฟ้าที่หน้าร้านผ่านโครงการประหยัดพลังงานต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะประหยัดได้ประมาณ 40% ที่หน้าร้านโรดไซด์และลดลง 20% สำหรับร้านค้าในห้าง
• ภายในปีงบประมาณ 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 8 ร้านในญี่ปุ่นได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) Gold Level Certification ซึ่งเป็นระบบการประเมินอาคารสีเขียวที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในโลก
• พัฒนารูปแบบร้านค้าแบบใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวร้านค้ารูปแบบนี้ในช่วงปี 2023
• เปลี่ยนจากการใช้ไฟฟ้าในร้านค้าของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง และสำนักงานใหญ่ทั่วโลกมาใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 64 แห่งใน 9 ประเทศในยุโรปได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนแล้ว และภายในสิ้นปี 2021 ทุกๆ ร้านในอเมริกาเหนือและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเปลี่ยนเช่นกัน

เป้าหมายสำหรับกระบวนการผลิตและจำหน่าย:
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 (เมื่อเทียบกับปี 2019)
• ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับโรงงานคู่ค้าของบริษัท ทำให้ฟาสต์ รีเทลลิ่งสามารถวางแผนกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิตของบริษัท ซึ่งนับเป็นการปล่อยก๊าซมากถึง 90% ของการประกอบธุรกิจของบริษัท
• ภายในเดือนพฤศจิกายน 2021 บริษัทได้ระบุเงื่อนไขและประเด็นของโรงงานคู่ค้ารายใหญ่ๆ ที่ผลิตสินค้าของ ยูนิโคล่ และ GU มากถึง 90% รวมถึงการวางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ การรกำจัดคาร์บอน และการใช้พลังงานหมุนเวียน
• จัดตั้งกระบวนการและโครงสร้างสำหรับพนักงานจากส่วนงานผลิตและความยั่งยืนถึง 150 คน เพื่อดูแลและบริหารโครงการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เป้าหมายสำหรับผลิตภัณฑ์:
เพิ่มสัดส่วนประมาณ 50% ของวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของยูนิโคล่ เป็นวัสดุรีไซเคิลภายในปีงบประมาณ 2030
• นับตั้งแต่ปี 2019 ยูนิโคล่ได้เริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล และคอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 จะมีเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ถูกรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ประมาณ 15%
o 2019SS: ผลิตภัณฑ์เสื้อโปโล DRY-EX ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล
o 2020FW: ผลิตภัณฑ์ Fluffy Yarn Fleece ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 30%
o 2021SS: กระเป๋าคาดเอวใช้ไนลอนรีไซเคิลถึง 30%
• ยูนิโคล่ยังเดินหน้านำเสนอวัสดุอื่นๆ ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง อาทิ เส้นใยสังเคราะห์อย่างเรยอนและไนลอน

โครงการด้านการลดขยะ
หันมาใช้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์” (Zero Waste) ตั้งแต่ต้นกระบวนการด้วยการลดการใช้งาน การเปลี่ยนวัสดุ การนำมาใช้ใหม่ และการใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการส่งมอบเสื้อผ้าให้แก่ลูกค้า
• ในเดือนกรกฎาคม 2019 ฟาสต์ รีเทลลิ่งกำหนดนโยบายสำหรับบริษัทในเครือทั้งหมดให้เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยไม่จำเป็น
• ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 ถุงช้อปปิ้งพลาสติกได้ถูกเปลี่ยนเป็นถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในเดือนกันยายน 2020 ยูนิโคล่ และ GU เริ่มคิดค่าใช้จ่ายสำหรับถุงกระดาษที่ร้านในญี่ปุ่น โดยลูกค้ากว่า 70% ปฏิเสธไม่รับถุงช้อปปิ้ง
• ตั้งแต่ปี 2019 GU ริเริ่มโครงการในการเก็บราวแขนเสื้อผ้าจากร้านและนำกลับไปให้โรงงานเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่
• ตั้งแต่ปี 2020 บริษัทเริ่มใช้วัสดุชนิดเดียวสำหรับบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งสินค้า เพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลต่อไป
• จาก 2021 สำหรับการรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ บริษัทยังเปิดตัวพื้นที่เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ (proof-of-concept) สำหรับการแยก เก็บ และดำเนินการรีไซเคิลในร้านยูนิโคล่ และ GU บางแห่ง
* บรรจุภัณฑ์ กล่องสำหรับการขนส่ง ถุงพลาสติก ไม้แขวนเสื้อ ฯลฯ

โครงการริเริ่ม: ผลิตเสื้อผ้าที่ดีต่อผู้คนและสังคม
ในการผลิตเสื้อผ้าที่ดีที่ลูกค้าจะรักและสวมใส่ได้ในระยะยาวด้วยความไว้วางใจ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ต้องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่สามารถปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของทุกๆ คน รวมถึง พนักงานของบริษัทและผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด ด้วยเป้าหมายที่ต้องการจะสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นร่วมกับลูกค้า ฟาสต์ รีเทลลิ่งยังดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

เพื่อสร้างความโปร่งใสและการติดตามกลับในกระบวนการผลิต
เสริมความโปร่งใสและการตรวจสอบวัตถุดิบ ประเมินและแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต
• ตั้งแต่ปี 2017 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าสำคัญในการผลิต และตั้งแต่ปี 2018 รายชื่อดังกล่าวได้รวมถึงโรงงานทอผ้า นอกจากนี้ ภายในเดือนมีนาคม 2022 บริษัทวางแผนที่จะตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าทั้งหมดของบริษัท
• นอกจากการตรวจสอบที่โรงงานผลิตและโรงงานทอผ้า บริษัทยังมุ่งสร้างการติดตามได้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การทอผ้าและวัตถุดิบ ผ่านการเยี่ยมชม ตรวจสอบโดยองค์กรในฐานะบุคคลที่สาม และการรับรองมาตรฐานจากบุคคลที่สาม โดยบริษัทได้ประเมินและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในการทำงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา
• ในเดือนกรกฎาคม 2021 บริษัทได้สร้างทีมระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยพนักงาน 100 คน ในการเริ่มดำเนินการต่างๆ นับตั้งแต่การเฟ้นหาวัสดุ บริษัทดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ
ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ส่งเสริมการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ จึงจัดทำนโยบายการจัดซื้อสำหรับวัสดุที่ทำจากพืชและสัตว์ต่างๆ

ส่งเสริมโครงการด้านสังคมทั่วโลก
ดำเนินงานด้านความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม ผ่านการขยายกิจกรรมด้านสังคมระดับโลกผ่านการประกอบธุรกิจเสื้อผ้า
• บริษัทร่วมมือกับ Fast Retailing Foundation และ Yanai Tadashi Foundation ในการขยายกิจกรรมเพื่อสังคมระดับโลก ผ่านธุรกิจเสื้อผ้า
• ภายในปี 2025 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จะสนับสนุนงบประมาณด้านกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มกว่า 10 พันล้านเยน โดยจะดำเนินงานผ่านกิจกรรมระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนผู้คนกว่า 10 ล้านคน รวมถึงผู้ลี้ภัยและกลุ่มที่มีความเปราะบาง บริษัทยังต้องการบริจาคเสื้อผ้าเป็นจำนวน 10 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2025

เร่งดำเนินการด้านความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง
เคารพความแตกต่างและหลากหลายของพนักงาน สร้างที่ทำงานที่พนักงานสามารถใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ
• เพิ่มให้มีผู้บริหารผู้หญิงสูงถึง 50% ของจำนวนผู้บริหารทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2030
• เน้นการสร้างความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่
• นอกจากการจ้างงานคนพิการด้านต่างๆ แล้ว ยังออกแบบร้านค้าให้เหมาะสมกับความหลากหลายและขยายผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ส่งเสริมความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม
• เสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQ+ ในหมู่พนักงานและลูกค้า

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,





Back to Top ↑