GCปลุกพลังคนไทยเพื่อวิถีใหม่ให้ทุกวันเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก

โลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่หลังถูกโจมตีด้วยไวรัสโคโรนา(COVID-19) ที่ทำให้มนุษย์ต่างต้องเร่งระดมทีมวิจัยเพื่อคิดค้นวัคซีนในการรักษา ท่ามกลางความสับสนถึงแหล่งที่มายังไม่ชัดเจนนักแต่ถูกค้นพบแรกเริ่มจากสัตว์ในตลาดสดอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยคาดว่าเชื้อมาจากค้างคาวแล้วนำมาสู่งูและงูไปยังมนุษย์ แต่จะด้วยเหตุใดก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ส่งสัญญาณเตือนมนุษย์ว่าธรรมชาติเริ่มไม่สมดุลและอาจมีไวรัสชนิดใหม่ๆที่รุนแรงกว่านี้เกิดขึ้นได้อีก


แม้หลายฝ่ายจะตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่จะเป็นภูมิคุ้มกันทุกสรรพสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้โดยเฉพาะวันที่ 5 มิถุนายนของทุก ๆ ปีที่ถูกกำหนดให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกโดยองค์การสหประชาชาติ(UN)ที่เริ่มต้นมาจากโลกของเราได้เผชิญวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง จึงได้มีการจัดประชุมใหญ่ระดับโลกขึ้นที่ กรุงสตอกโฮลม์ ประเทศสวีเดน ในช่วงวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 แต่ตลอดระยะเวลานับ 48 ปีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังคงมีประเด็นใหม่ๆให้เราต้องร่วมกันแก้ไขกันต่อเนื่อง

 

สำหรับปี 2563 หัวข้อรณรงค์ของวันสิ่งแวดล้อมโลกได้ถูกกำหนดให้เป็นเรื่อง “TIME FOR NATURE ถึงเวลา….คืนลมหายใจให้ธรรมชาติ” เชิญชวนผู้คนทั่วโลกมาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต เพื่อคืนสมดุลให้กับธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นปีที่เน้นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ เรียกร้องให้ดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการสูญเสียทางสายพันธุ์และความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ “Biodiversity – A call to action to combat the accelerating species loss and degradation of the natural world” ซึ่งจากผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า 25% ของพันธุ์พืชและสัตว์ถูกคุกคามจากการกระทำของมนุษย์ โดยมีกว่าล้านสายพันธุ์ที่กำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ในทศวรรษนี้

บมจ.พีทีทีโกลบอล เคมิคอล หรือ GC ได้วางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการช่วยสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นแบบยั่งยืนด้วยการยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดควบคู่การพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์เพื่อยกกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนสอดรับกับเป้าหมายของไทยและโลก

นอกจากนี้ขยะทะเลเป็นอีกวิกฤติที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตและความสมดุลของแหล่งน้ำและท้องทะเล ซึ่ง GC เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่ได้ริเริ่มโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand (UTO) เพื่อรณรงค์การนำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการ Upcycling เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการสร้างความรู้ให้ชุมชนเข้าใจถึงคุณค่าพลาสติก ผ่านการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และนำโครงการ UTO ไปต่อยอดในหลายพื้นที่เป็นต้น


ขณะที่แนวทางการป้องกั นรักษา และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ GC ได้พัฒนานวัตกรรมโดยใช้เทคนิคการทอแบบไขว้ และการเบ็ดสองชั้น เพื่อให้ได้กระสอบพลาสติกแบบมีปีกที่มีโครงสร้างแข็งแรงทนทาน สำหรับเป็นวัสดุสร้างฝายชะลอน้ำ สร้างแก้มลิง เก็บความชุ่มชื้น และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพิมพ์แบบสามมิติ (3D Printing) มาปรับใช้สำหรับการพัฒนากายอุปกรณ์เทียมที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ทะเลพิการ โดยเฉพาะเต่าทะเลที่พิการ ฯลฯ

อย่างไรก็ตามผลกระทบจากวิกฤติ COVID -19 ทำให้เกิดการใช้พลาสติกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและความปลอดภัยต่อสุขภาพประชาชน GC จึงได้ร่วมกับภาครัฐ และพันธมิตรเพื่อรณรงค์การคัดแยกขยะพลาสติกและการนำกลับมาใช้ อาทิ โครงการส่งพลาสติกกลับบ้าน ร่วมกับพันธมิตร สร้างโมเดลต้นแบบ ลดขยะพลาสติกจากการบริโภคอาหารแบบเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้าน เริ่มบนถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เป็นที่แรก ,โครงการมือวิเศษ x วน โดยตั้ง “ถังวนถุง” หรือ “จุดรับพลาสติกสะอาด ยืดได้” เพื่อนำกลับมาเข้ากระบวนการรีไซเคิล และ โครงการเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้ประชาชนทิ้งขยะพลาสติกให้ถูกถัง เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการ Upcycling เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น จีวรรีไซเคิล เป็นต้น


ไวรัสCOVID-19 กำลังเปลี่ยนโลกครั้งใหญ่ไปสู่ยุคของการมีวิถีชีวิตใหม่หรือ New Normal โดยเฉพาะผู้คนจะมุ่งเน้นรักษาสุขภาพดังนั้นกระบวนการผลิตและการบริโภคจะก้าวไปสู่ความสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นGC เชื่อว่าพลังเล็กๆ ที่จะร่วมกันสร้างสมดุลให้กับธรรมชาตินั้นเริ่มต้นจากเราทุกคนจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกใบใหม่ให้งดงามได้หากเราทุกคนใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีสำนึกรับผิดชอบ เพื่อให้ทุกวัน คือวันที่เราจะดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

Stay Connected
Latest News