Update เทคโนโลยีพลังงานสะอาด ธุรกิจดาวรุ่งในอนาคตสู่สมาร์ทซิตี้อย่างยั่งยืน

Published on 4 April 2019 | by Panee

0

ในวันที่แดดร้อนสุด ๆ ของปลายเดือนมีนาคม บนชั้น 27 ของอาคารธนภูมิ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เรามีนัดเพื่ออัพเดทเทรนด์เรื่องเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับพลังงานสะอาดในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสอดรับกระแสสมาร์ทซิตี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลก

 

กร-กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด

กร-กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ผู้คร่ำหวอดกับธุรกิจพลังงานมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ยุคแรกของธุรกิจบ้านปูที่ทำเหมืองถ่านหิน มาสู่โรงไฟฟ้า จนถึงยุคการทำธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อโลกสะอาด มาเป็นผู้ร่วมวงสนทนาในเรื่องนี้

“บ้านปูฯ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ บ้านปูฯ บริษัทแม่ถือกำเนิดขึ้นมา ก็ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และในยุคปัจจุบันที่เทรนด์โลกเปลี่ยนไป บริษัทฯ จึงได้เพิ่มธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อมารองรับการใช้งานพลังงานที่เพิ่มขึ้นภายใน 5-10 ปี โดยมุ่งมั่นคัดสรรนวัตกรรมและให้บริการพลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความเสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์โลก และเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมทั้งมุ่งนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชันที่ดีที่สุดมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ”

 

โซล่าเซลล์ หนึ่งในพลังงานสะอาดที่เป็นธุรกิจดาวรุ่ง

 

ปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจใช้พลังงานหมุนเวียนในหลายรูปแบบมากขึ้น เช่นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เช่น เฟซบุ๊ค กูเกิล อาลีบาบา ทุกองค์กรนั้นด้านหนึ่งพร้อมที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันทุกองค์กรก็หันมาสนใจสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น แต่สำหรับคนไทย กนกวรรณ มองว่าขณะนี้ ทุกคนหันมาสนใจเรื่องพลังงานสะอาดมากและรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องฝุ่นที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯเมือง 2 เดือนที่ผ่านมาทำให้คนเจ็บป่วย เป็นเครื่องกระตุ้นให้คนเริ่มตระหนักถึงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

และถ้าให้มองเรื่องพลังงานหมุนเวียนในระดับเอเซียแล้ว ในฐานะที่บ้านปูกรุ๊ปได้เข้าไปลงทุนด้านพลังงานทางเลือกอยู่หลายประเทศ กนกวรรณ สรุปให้ฟังถึงสถานการณ์เพื่อนบ้านว่า

“เราไปลงทุนที่สิงคโปร์ พื้นที่เป็นเกาะจึงมีแต่ตึกสูง ดังนั้นทุกตึกที่มีที่ว่างบนดาดฟ้า สามารถนำโซล่าไปติดได้หมด และขณะนี้รัฐบาลสิงคโปร์กำลังพูดถึงการทำโซล่าฟาร์มรอบ ๆ เกาะแล้ว ส่วนญี่ปุ่นจะไปเน้นโซล่าฟาร์ม ไต้หวันทำโซล่าคร่อมคลอง ส่วนจีนทำโซล่าบนบ่อเลี้ยงปลา เวียดนามกัมพูชาก็เริ่มเน้นโซล่าฟาร์ม เช่นกัน “

 

เมื่อหันมามองเมืองไทยนั้น เรื่อง “โซล่า” เป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถตอบโจทย์คนไทยมากที่สุด เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสมดุลมากที่สุดของการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีธุรกิจหลากหลายมากที่หันมาใช้โซล่าเป็นพลังงานทางเลือก อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า จนถึงปั๊มน้ำมันฯลฯ.

กนกวรรณ ยกตัวอย่างผลงานของ บ้านปู อินฟิเนอร์จี ที่มองเห็นชัดเจนเรื่องเทรนด์ของพลังงานโซล่าว่า “ปลายปี 2561 เราไปทำโซลูชั่นให้กับคอนเสิร์ต Big Mountain ที่เขาใหญ่ โดยลูกค้าให้โจทย์เราว่าที่ผ่านมา การจัดคอนเสิร์ต 3 วัน ไม่ว่าคนดูจะเตรียมพาวเวอร์แบงก์ไปมากแค่ไหนก็ไม่พอ เกิดปัญหามือถือแบตหมด ที่ชาร์จไม่พอ ทางเราจึงแก้โจทย์นี้ด้วยการนำโซล่า 30 แผงไปติดบนคอนเทนเนอร์คันหนึ่ง ส่วนอีกคันก็ใส่แบตตารี่เข้าไป แล้วเชื่อมวงจรเข้าด้วยกัน ทำที่สามารถชาร์จแบตฯมือถือได้ 200 จุดพร้อมกัน ทุกคนก็แฮปปี้ที่ได้ใช้พลังงานทดแทน ได้ช่วยลดโลกร้อนด้วย ก็กลายป็นความรู้สึกดี ๆ สำหรับคนที่มาฟังคอนเสิร์ตนี้“

เนื่องจากพลังงานทางเลือกกำลังกลายเป็นกระแสโลก จึงเริ่มเกิดเป็นธุรกิจมารองรับมากมาย และเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลรวมถึงมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตแผงโซล่าเซล โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยี่พลังงาน ที่บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี เริ่มเข้ามาเจาะตลาดนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2560

 

ห้อง control room ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ทุกชิ้นที่นำไปติดตั้งให้ลูกค้าโดยตรงจากห้องนี้ พร้อมเจ้าหน้าที่ call center ทำงาน 24 ชั่วโมง

“บ้านปู อินฟิเนอร์จี ทำธุรกิจภายใต้ภาพที่ชัดเจนว่าการนำเทคโนโลยีมาผนวกกับพลังงานได้อย่างไร เพื่อก่อให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ปัจจุบันเราเข้าไปลงทุนด้านพลังงานอยู่ 10 ประเทศ ทำให้บ้านปู อินฟิเนอร์จี มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคถึง 10 แหล่งความรู้ที่ได้รับมาจากแต่ละประเทศ เราจึงนำความรู้เหล่านี้มาใช้ในประเทศไทย โดยเน้นการบริการในรูปแบบโซลูชั่นให้กับลูกค้า  ดังนั้นการทำงานจะเริ่มตั้งแต่คุยกับลูกค้าว่าอะไรคือความต้องการ  จากนั้นเราจึงหาเทคโนโลยีว่าพลังงานส่วนไหนที่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ “

จุดแข็งที่เป็นข้อได้เปรียบอีกประการคือ การสร้าง back office หรือบริการหลังการขาย โดยมี Control Room เพื่อควบคุมอุปกรณ์ทุกชิ้นที่นำไปติดตั้งให้ลูกค้าโดยตรงจากห้องนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์และ call center ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชม. รวมทั้งแอพพลิเคชัน ‘Infinergy’ ที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถดูข้อมูลการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และยอดรวมของการประหยัดพลังงานได้แบบเรียลไทม์

 

ลูกค้าล่าสุดคือ โรงเรียนนานาชาติรักบี้ จังหวัดชลบุรี ที่ถือเป็นสมาร์ทแคมปัสเต็ม โดยเริ่มจากจุดมุ่งหมายของโรงเรียนคือต้องการให้นักเรียนตระหนักรู้เรื่องคุณค่าของพลังงาน ทุกคนคุ้นชินกับเทคโนโลยีและต้องสามารถกลับไปบอกที่บ้านด้วยว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

“ที่โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ นอกจากติดตั้งแผงโซล่าเซลแล้ว เนื่องจากพื้นที่กว้างมาก เราจึงนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เราไปลงทุนร่วมกับFOMM มาให้อาจารย์ใช้ในการเดินทาง รวมถึงนำE-Tuk -Tuk ( รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า) มาใช้ขนส่งนักเรียนจำนวนมากอีกด้วย”

“ เราอยากให้ลูกค้า Greener และ Smarter เราจึงหาโซลูชั่นใหม่ ๆ ให้ลูกค้าเพื่อชีวิตที่สะดวกขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” นั่นคือบทสรุปของการทำธุรกิจในแบบบ้านปู อินฟิเนอร์จี

Tags: , , , , , , , , , , ,





Back to Top ↑

WP Twitter Auto Publish Powered By : XYZScripts.com