Virginie Helias “วันนี้ผู้บริโภคอยากให้แบรนด์ที่ตัวเองใช้ มีผลกระทบที่ดีกับโลก และแบรนด์ของเราก็มีอำนาจในการออกแบบ The Good Life”

Published on 3 May 2018 | by Jirapan

0

บริษัท Procter & Gamble ได้ประกาศความสำเร็จหลายๆโครงการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของปี 2020 ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนเพื่อดำเนินการส่วนที่เหลือและได้กำหนดเป้าหมายใหม่ซึ่งแผ่ขยายในวงกว้างสำหรับปี 2030

David Taylor ประธานและซีอีโอ และ Virginie Helias รองประธานฝ่าย Global Sustainability P&G ร่วมพูดคุย Ambition 2030

-P&G มีโครงการ Ambition 2030 ที่มุ่งให้เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมเป็นการสร้างคุณค่าให้กับบริษัทและผู้บริโภค

David Taylor : เราเชื่อว่า P&G สามารถเป็นกำลังที่ดี และเป็นกำลังของการเติบโต เรากำลังพิจารณาแนวทางที่รอบคอบมากขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้เกิดการบริโภคที่มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ผู้บริโภคคาดหวังว่าแบรนด์ที่พวกเขาให้ความเชื่อใจนั้น จะให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนบางปัญหาที่โลกเรากำลังเผชิญ เพราะความเข้าใจผู้บริโภคกว่า 5 พันล้านคนที่เราให้บริการ รวมถึงความสามารถด้านนวัตกรรมของเราทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างได้

-โครงการ Ambition 2030 เน้นเรื่องอะไรบ้าง

Virginie Helias : แบ่งเป็น 4 เรื่อง คือ
แบรนด์ : P&G มีแบรนด์ชั้นนำทั้ง 20 แบรนด์ อาทิ Always, Ariel, Dawn, Fairy, Ferbreze, Head&Shoulders, Pantene, Pampers และ Tide จะมุ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างการบริโภคที่มีความรับผิดชอบผ่านบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ และสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นผ่านความโปร่งใสของนวัตกรรมส่วนผสม และการแบ่งปันวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยของบริษัท

ซัพพลายเชน: P&G ประสงค์จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งจากโรงงานผลิต และซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในการผลิต 100 % นอกจากนี้ บริษัทจะหาแหล่งน้ำหมุนเวียนอย่างน้อย 5 พันล้านลิตร

พนักงาน: P&G จะจ้าง จัดหาและให้รางวัลแก่พนักงาน เพื่อสร้างความคิดและการปฏิบัติที่มีความยั่งยืนในทุกวันทำงาน โดยให้รางวัลตอบแทนและการบูรณาการไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติงาน

สังคม: P&G จะเริ่มสร้าง Transformative Partnership ที่สามารถทำให้คนในโลก และธุรกิจของเราเติบโตขั้น รวมทั้งที่คอยป้องกันการเกิดขยะในมหาสมุทร ปกป้องและเพิ่มพูนป่าไม้ เผยแพร่วิธีการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่ดูดซับ และปกป้องน้ำในลุ่มน้ำต่างๆทั่วโลก

จากความก้าวหน้าจนถึงปัจจุบันนี้ เป้าหมายปี 2030 ของเราก็เพื่อจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของโลก 2 อย่าง คือ ทรัพยากรที่จำกัดและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเรารู้ว่า P&G เพียงลำพังคงไม่มีคำตอบให้ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องมีพันธมิตรและความร่วมมือที่สร้างความก้าวหน้าที่สำคัญ และแบรนด์ของเราจะพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้เกิดการบริโภคที่มีความรับผิดชอบในขั้นต่อไป

Image : Business Wire

-การประกาศโครงการ Ambition 2030 ที่คุณแจ้งถึงความสำคัญของการเป็นพันธมิตรและความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าที่สำคัญต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืน เป้าหมายใหม่เหล่านี้ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความร่วมมือกันหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น คุณได้ร่วมมือกับใครและในส่วนไหน

Virginie Helias : ความท้าทาย เช่น สภาพอากาศ น้ำและขยะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่บริษัทเดียวจะจัดการได้ เพื่อให้เราได้ก้าวไปข้างหน้า เราจึงกำลังเล็งการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคสังคมและนักวิชาการเพื่อช่วยเพิ่มความพยายามของเรา หนึ่งในนั้นคือ The Ocean Project ที่เราเพิ่งประกาศไป โดยที่เราเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมก่อตั้งโครงการ Youth for the Ocean ซึ่งเป็นการริเริ่มความร่วมมือที่ช่วยขับเคลื่อนการรับรู้ของเยาวชนถึงความสำคัญของมหาสมุทรที่สะอาดและวิธีที่ทุกคนจะสามารถช่วยได้ รวมถึงการให้ความรู้ต่อเยาวชนเกี่ยวกับปัญหามลภาวะพลาสติกและวิธีแก้ปัญหา ขับเคลื่อนการปฏิบัติด้วยการระดมพลเพื่อป้องกันมลภาวะพลาสติกและช่วยทำความสะอาดชุมชนและชายฝั่ง และสุขภาพของมหาสมุทรให้เป็นวาระทางการเมือง นอกจากนี้ เรายังเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับ World Oceans Day ซึ่งเป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการและได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ โดยมุ่งที่จะให้คนทั่วโลกได้รับรู้มากขึ้น ให้ความรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างมหาสมุทรที่สะอาด”

-เป้าหมายภายใต้สังคมและพนักงานที่มีคุณภาพมากขึ้น แล้ว P&G จะวัดความสำเร็จในส่วนนี้อย่างไร

Virginie Helias : เราติดตามและวัดผลทุกอย่างที่เราทำไป ในส่วนที่เน้นสำหรับพนักงานก็คงเป็นเรื่องความยั่งยืนที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนแผนธุรกิจ ซึ่งมันไม่ควรเป็นสิ่งที่เราต้องมาคิดในภายหลัง และฝ่ายบริหารของเราก็กำลังร่วมกันนำเป้าหมายนี้สู่การวางแผนกลยุทธ์ ดังนั้น เราได้พัฒนาแผนรายละเอียดในทุกๆ ระดับและการจัดการเพื่อให้พนักงาน P&G ได้มีส่วนร่วมในการสร้างวิธีการทำงานที่มีผลต่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เรายังได้สื่อสารความพยายามหลักประจำปีและจะวัดผลความคืบหน้าผ่านแบบสำรวจพนักงานประจำปีของเรา

อย่างที่ได้กล่าวถึงสังคมนั้น ความร่วมมือของเรากับพาร์ทเนอร์หลักๆ จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าของเราได้ แต่ด้วยธรรมชาติของความร่วมมือนั้น มันอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาและนิยามจุดประสงค์เฉพาะ รวมทั้งการประเมินผลกระทบ ดังนั้น เพื่อให้เราได้เดินหน้าต่อไป เราจะทำงานกับพาร์ทเนอร์สำคัญๆของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อนิยามการประเมินผลกระทบเฉพาะในแต่ละความพยายามที่เรากำลังดำเนินการอยู่

-เมื่อปีที่แล้วธีมของงาน Flagship คือ “การนิยามชีวิตที่ดีใหม่” ซึ่งคุณพูดว่าคุณตื่นเต้นกับบทบาทของ P&G ในการสร้างสรรค์ความมุ่งมั่นให้กับคนที่ปรารถนาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น สำหรับธีมในปีนี้ก็ดูจะคล้ายๆกันแต่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นนั่นคือ “การออกแบบชีวิตที่ดีใหม่” ฉะนั้น โครงการ Ambition 2030 จะช่วยให้ P&G นำทัพในส่วนนี้ได้อย่างไรบ้าง

Virginie Helias :ในวันนี้ผู้บริโภคต่างก็อยากให้แบรนด์ที่ตัวเองใช้ผลิตภัณฑ์มีผลกระทบที่ดีกับโลกและแบรนด์ของเราก็มีอำนาจในการออกแบบ The Good Life โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการบริโภคที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนั่นคือการมีส่วนร่วมในการใช้ชื่อเสียงของแบรนด์ในการสนับสนุนการสื่อสารที่มีความรับผิดชอบ และศักยภาพด้านนวัตกรรมของเรา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนที่ไม่อาจต้านทานได้

การให้บริการผู้บริโภคจำนวน 5 พันล้านคนนั้น เอื้อให้เราเปิดโอกาสในการสนับสนุนการพูดคุยที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และช่วยให้คนที่ใช้แบรนด์ของเราได้รับผลดี และนี่เป็นสิ่งที่เราหวังที่จะออกแบบชีวิตที่ดีใหม่และสร้างการบริโภคที่มีความรับผิดชอบผ่านแบรนด์ของเรา

P&G ได้บรรลุความสำเร็จในหลายๆเป้าหมายด้านความยั่งยืนของปี 2020 แล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ

1.สภาพภูมิอากาศ (ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณ 16% ตั้งแต่ปี 2010)
2. น้ำ (ได้ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตปริมาณ 27% ตั้งแต่ปี 2010)
3. ขยะ (ได้บรรลุการทิ้งขยะจากโรงงานไปยังหลุมฝังกลบให้เหลือศูนย์มากกว่า 80% ของโรงงานผลิต)

อย่างไรก็ตาม ผลสะท้อนของความก้าวหน้าของบริษัทสามารถเห็นได้จากแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Tide Pureclean ที่มีส่วนผสมชีวภาพ และ Head and Shoulders ที่ได้เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรีไซเคิลจากขยะบนชายหาดในปี 2017 บริษัทยังใช้กำลังไฟฟ้าพลังงานลมและไอน้ำจากชีวมวลมาใช้ในการผลิต นอกจากนี้ ยังรวมถึงนวัตกรรมการวิจัยที่จะเปลี่ยนการรีไซเคิลขยะปริมาณหลายตันต่อปีให้เกิดประโยชน์ต่อระบบอุตสาหกรรมทั้งมวล

ที่มา

 

Tags: , , , , , , , ,





Back to Top ↑